หัตถกรรมไม้เป็นศิลปะที่สะท้อนความงดงามจากธรรมชาติ ผสานเข้ากับความประณีตของฝีมือช่าง ไม่ว่าจะเป็นแจกันไม้ พานไม้ กล่องไม้ ถาดไม้หรือของตกแต่งบ้าน ล้วนมีคุณค่าและมีความทนทานหากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี อย่างไรก็ตาม ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่ไวต่อสภาพแวดล้อม เช่น ความชื้น แสงแดด รวมถึงแมลงกัดกิน ดังนั้นการดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อยืดอายุการใช้งานให้คงความสวยงามได้อย่างยาวนาน
ทำความเข้าใจธรรมชาติของไม้ก่อนดูแล
ไม้มีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถ “หดและขยายตัว” ตามสภาพอากาศ หากอากาศชื้นเกินไป ไม้จะบวม แต่ถ้าแห้งเกินไปก็อาจเกิดรอยแตกร้าวได้ นอกจากนี้เนื้อไม้ยังไวต่อรอยขีดข่วนและคราบสกปรก รวมถึงอาจถูกทำลายโดยปลวกหรือมอด ดังนั้นเคล็ดลับสำคัญของการดูแลงานไม้คือ ควบคุมสภาพแวดล้อมและทำความสะอาดอย่างเหมาะสม

วิธีทำความสะอาดงานไม้ที่ถูกต้อง
- ปัดฝุ่นเป็นประจำ
ใช้ผ้านุ่มหรือแปรงขนนุ่มปัดฝุ่นสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง หลีกเลี่ยงผ้าหยาบที่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน - เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ
หากมีคราบฝังแน่นให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ บิดให้หมาด แล้วเช็ดตามลายไม้ จากนั้นตามด้วยผ้าแห้งทันที - หลีกเลี่ยงน้ำและสารเคมี
ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นหรือทินเนอร์ เพราะอาจทำลายผิวเคลือบและเนื้อไม้

ป้องกันความเสียหายจากสิ่งแวดล้อม
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
แสงแดดสามารถทำให้สีไม้ซีดและผิวแห้งแตกร้าว ควรวางในที่ร่มหรือใช้ม่านกรองแสง - ควบคุมความชื้นในอากาศ
หากใช้ในห้องชื้น เช่น ห้องครัวหรือห้องน้ำ ควรหลีกเลี่ยง หรือใช้เครื่องลดความชื้นเพื่อถนอมเนื้อไม้ - ป้องกันแมลงทำลายไม้
ใช้น้ำยากันปลวกหรือทาน้ำมันสนเป็นประจำ โดยเฉพาะไม้ที่ไม่เคลือบผิว เช่น งานไม้แกะสลัก - ป้องกันรอยขีดข่วน
หากเป็นงานไม้ที่ใช้งานจริง เช่น ถาดหรือโต๊ะไม้ ควรติดแผ่นรองหรือทาน้ำมันไม้เป็นเกราะป้องกัน

วิธีซ่อมแซมงานไม้เบื้องต้น
- รอยขีดข่วนตื้น – ใช้น้ำมันไม้หรือน้ำยาแต่งลายไม้แต้มให้เนียน
- รอยบุบเล็กน้อย – ใช้ผ้าชุบน้ำร้อนประคบแล้วรีดเบา ๆ ให้เนื้อไม้คืนตัว
- รอยแตกเล็ก ๆ – ใช้กาวไม้หรือโป๊วไม้ปิด จากนั้นขัดและทาสีใหม่
เคล็ดลับเพื่อให้งานไม้คงสภาพยาวนาน
- หลีกเลี่ยงความชื้นและแสงแดด
- ทำความสะอาดสม่ำเสมออย่างถูกวิธี
- เคลือบน้ำมันหรือแว็กซ์เพื่อบำรุงไม้
- ป้องกันแมลงและรอยขีดข่วน
- ซ่อมแซมเล็กน้อยทันที อย่าปล่อยให้ลุกลาม
การดูแลรักษาหัตถกรรมไม้ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก หากใส่ใจและรู้วิธีที่ถูกต้อง งานไม้จะยังคงคุณค่าและความสวยงามได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้คงอยู่คู่บ้านของเราไปอีกยาวนาน นับว่าเป็นการรักษา “งานศิลปะจากธรรมชาติ” ให้คงอยู่ต่อไปอย่างแท้จริง